แด่ศตวรรษของเรา: ความเรียงสามชิ้นของไอเซยา เบอร์ลิน

จัดพิมพ์โดยสำนักนิสิตสามย่าน 2561

ราคา 180 บาท เลข ISBN 9786169282853

หนังสือคัดสรรบทความของเซอร์ไอเซยา เบอร์ลิน (Isaiah Berlin 1909-1917) แปลครั้งแรกสู่ภาคภาษาไทยหลังจากเบอร์ลินมรณกรรมไปแล้ว 20 ปี

เบอร์ลินเป็นอีกนักปรัชญาคนหนึ่งที่ในสังคมไทยยังไม่ได้ศึกษาเท่าไหร่นัก และในขณะนี้เองความขัดแย้งของคุณค่าที่ปะทุกันทั่วโลกก็ทำให้งานเขียนของเขาเป็นที่นิยมขึ้นมา นอกจากนี้การค้นพบจดหมายและงานเขียนของเขาอีกจำนวนมากของ Henry Hardy ผู้เป็นบรรณาธิการหนังสือเบอร์ลินและคนที่เขาวางใจให้เป็นผู้ดูแลมรดกทางวรรณกรรมก็ทำให้เราเห็นว่า ความรุ่มรวยและมีชีวิตชีวาของงานเขียนของเบอร์ลินจะยังคงเป็นที่ศึกษาและเป็นประโยชน์มหาศาลในปัจจุบันและอนาคต

งานของเบอร์ลินโยงไปหานักเขียนและนักปรัชญาที่สำคัญอีกหลายคนที่สังคมไทยก็ควรจะหามาศึกษาด้วย อาทิ John Gray Michael Ignatieff Avishai Margalit Ronald Dworkin ไปจนถึง John Banville

งานเขียนทั้งสามชิ้นของเบอร์ลินและบทสัมภาษณ์ของเฮนรี ฮารดี้ จะช่วยชี้ให้เห็นโทษภัยของความสุดโต่ง และการปะทะกันของคุณค่าที่มนุษย์เรามีแต่จะต้องทำความเข้าใจกัน หาไม่แล้วมหาวิบัติที่เคยเกิดขึ้นในศตวรรษที่แล้วก็จะเกิดขึ้นได้ อาจจะมิได้มาในนามของอุดมการณ์แต่เป็นสิ่งอื่นๆก็ได้

งานเขียนนี้แปลโดยสามนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยคือ เนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล ชยางกูร ธรรมอัน และธรณ์เทพ มณีเจริญ ผู้ต้องหาคดีถวายสัตย์ และเป็นนิสิตที่มุ่งหวังว่าปัญญาจะเป็นตัวขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยและสังคมไทยได้ซึ่งเราจำเป็นอย่างยิ่ง พัชชล ดุรงค์กวิน จากภาควิชาปรัชญา คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นผู้ตรวจทานและบรรณาธิการ โดย ส.ศิวรักษ์ ศ.ดร.โสรัจจ์ หงศ์ลดารมภ์ และ ผศ.ดร.พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์ เขียนคำอนุโมทนา คำนิยมและคำนำเสนอ ตามลำดับ

บางส่วนจากเนื้อหา

“ความคิดเรื่องความสมบูรณ์แบบโดยสัมบูรณ์ คำตอบสูงสุด ที่ทุกอย่างที่ดีอยู่ร่วมกัน สำหรับผมไม่ใช่แค่มันไม่สามารถบรรลุได้เท่านั้น – ซึ่งเห็นได้อย่างชัดเจน – แต่มันยังเป็นสิ่งที่ไม่คงเส้นคงวาทางมโนทัศน์ด้วย ผมไม่รู้ว่ามันหมายถึงอะไรในการสมานฉันท์ชนิดนี้ เพราะในหมู่สิ่งที่ดีบางอย่างก็ไม่สามารถอยู่ร่วมกันได้ นี่คือความจริงเชิงมโนทัศน์ เราเคราะห์ร้ายที่ต้องเลือก และทุก ๆ ตัวเลือกของเราอาจจะส่งผลการสูญเสียที่ไม่สามารถแก้ไขได้”

จาก การไขว่คว้าหาอุดมคติ

“ลัทธิชาตินิยม – ที่ทุก ๆ คนในศตวรรษที่ 19 ล้วนมองว่ากำลังจางหายไป – คือพลังที่แข็งแกร่งและอันตรายที่สุดจวบจนถึงปัจจุบัน มันเป็นผลผลิตจากบาดแผลที่ถูกทำร้ายโดยชนชาติหนึ่ง บนฐานของความภาคภูมิใจ หรือเขตแดนของชาติตน”

จาก ข้อสังเกตว่าด้วยอคติ

“ผมเกรงว่าผมคงไม่มีคำตอบที่น่าอภิรมย์ใด ๆ มาเสนอ แต่ผมคงบอกได้เพียงแค่ว่าหากเราต้องการจะดำรงชีวิตเพื่อไขว่คว้าคุณค่าอันสูงส่งนี้แล้ว เราควรที่จะมีการประนีประนอมกัน มีการแลกเปลี่ยน และการจัดเตรียมข้อกำหนดต่าง ๆ ถ้าข้อตกลงจะต้องถูกสร้างขึ้นเพื่อไม่ให้สิ่งเลวร้ายเกิดขึ้น ความเสรีภาพแลกกับความเสมอภาค การแสดงออกของปัจเจกบุคคลกับความมั่นคง ความยุติธรรมแลกกับความการุณย์”

จาก สารถึงศตวรรษที่ 21

Political Science Faculty for All

คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นคณะที่ผมกำลังศึกษาอยู่และผมก็รักคณะแห่งนี้เป็นอย่างมาก เหมือนที่ผมรักโรงเรียนของผม (โรงเรียนผมไมชอบผมเอามาก แต่ความรักไม่จำเป็นต้องได้รับการรักตอบเสมอไป)

เราอาจจะพูดได้ว่า คณะของเรามีศักยภาพสูงมาก นิสิตก็ดี หรืออาจารย์และบุคลากรท่านอื่นๆก็ดี ทว่ายังมีอุปสรรคอีกมากมายที่ขัดขวางเรา ให้เราต้องทำตามระบบประเพณีแบบเดิม แทนที่จะนำเอาปัญญาที่ได้จากการเรียนรู้ในห้องเรียน และการเห็นสภาพปัญหา มาสู่การคิดอย่างจริงจังและลงมือให้ศักยภาพได้ใช้อย่างเต็มที่ในการดำเนินกิจกรรมต่างๆในคณะ

ถ้าหากหยุดนิ่งอาจจะไม่ตาย แต่เสียดายโอกาสที่เรามีโอกาสมากกว่าคนอื่นๆ และเราไม่ได้ทำให้เป็นตัวอย่าง ทั้งที่เสียงของพวกเรานั้นมีส่วนสำคัญมากในสังคมไทยภายภาคหน้า ในสังคมไทยแทบจะไม่มีพื้นที่ใดๆเหลือให้ความคิดและการทำอะไรใหม่ๆเป็นไปได้ คณะน่าจะเป็นพื้นที่ทางอุดมคติที่เราจะเรียนรู้ร่วมกันได้

ดังนั้นผมจะเขียนข้อเสนอที่เป็นไปได้ ทำวิจัย หรือการผลิตผลงานที่เป็นประโยชน์กับนิสิตหรือบุคลากรในคณะ (แน่นอน งานนี้ไม่อาจจะทำคนเดียวได้)

เวลาของเรามีน้อยนักในมหาวิทยาลัย ผมก็มีเวลาจำกัดมาก แต่เราทุกคนถ้าทำอะไรเล็กๆการเปลี่ยนแปลงก็ย่อมจะเกิดขึ้นได้แน่ ผมอยากจะทำที่ทำได้ ให้สมกับได้มาเรียนที่นี่ ตอบแทนพระคุณครูอาจารย์ ตอบแทนสังคมที่ทำให้เรามายืนอยู่ ณ ที่นี้ได้ ถ้าหากคณะเราดี เราสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ การสนทนา ประชาธิปไตยขึ้นมาได้ การเมืองที่ดีก็ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว!

Isaiah Berlin Project

เซอร์ไอเซยา เบอร์ลิน (1909 – 1997) เป็นนักปรัชญาคนสำคัญที่สุดคนหนึ่งในศตวรรษที่20 นอกจากผลงานทางปรัชญาการเมืองที่เป็นอนุสรณ์สำคัญ ชีวิตของเบอร์ลินยังเต็มไปด้วยสีสัน การพบปะผู้คน การสนทนากับบุคคลน่าทึ่งจำนวนมากมาย ผลงานที่สำคัญของเขาคือการบุกเบิกประวัติศาสตร์ภูมิปัญญา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องเสรีภาพ ความคิดฝ่ายตรงข้ามของนักปรัชญายุคภูมิธรรม ประวัติศาสตร์ศตวรรษที่20 ปัญญาชนรัสเซีย และพหุนิยม

ผมค่อนข้างจะประทับใจกับงานของเขาอย่างมาก คิดว่ายังร่วมสมัย ช่วยท้าทายแบบกระแสหลักในสังคมไทย ยังเป็นปัญญาเชิงปฏิบัติได้อีกด้วย ด้วยประการนี้ ผมจึงมีฉันทะแปล “แด่ศตวรรษของเรา: ความเรียงสามชิ้นของไอเซบา เบอร์ลิน” ผมต้องการจะแปลงานของเขาชิ้นอื่นๆ หรือไม่ก็เขียนอะไรเล็กๆน้อยๆให้คนไทยได้รู้ก็ยังดี ซึ่งก็โปรดติดตามการอัพเดตในเว็บไซต์แห่งนี้