คำนำ

เวลาอยู่ข้างเรา:หนังสือที่ระลึกในวันเกิดอายุ 21ปีของโจชัว หว่อง (Time is On Our Side: The Book for 21stJoshua Wong’s Birthday) เกิดจากความตั้งใจที่ผม- เนติวิทย์ อยากจะทำอะไรตอบแทนแรงบันดาลใจ​ที่โจชัวหว่อง เพื่อนชาวฮ่องกงได้มอบ​ให้แก่ผม เยาวชนชาวไทย และคนหนุ่มสาวทั่วโลกที่ต้องการประชาธิปไตย​และอำนาจในการมีส่วนร่วมกำหนดทิศทางสังคมของพวกเขา

หลังจากที่คิดอยากทำหนังสือได้ไม่นาน ภวัต อัครพิพัฒนา เพื่อนนิสิตคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อาสาที่จะเข้ามาร่วมแรงช่วยด้วยอีกคน

ขณะที่หนังสือเล่มนี้กำลังทำนั้น โจชัว ยังติดคุก ทั้งที่ศาลได้ตัดสินไปแล้ว แต่เพราะรัฐบาลจีนเข้ามากดดันทำให้ศาลเห็นว่าโทษยังเบาอยู่ จึงนำเขามาติดคุก และเพื่อนของเขานาธาน ลอว์ สมาชิกสภาร่างกฎหมายที่อายุน้อยที่สุดในฮ่องกงจากพรรคเดโมซิสโตที่เขาและโจชัวก่อตั้งก็โดนไปด้วยและถูกตัดสิทธิทางการเมือง เห็นได้ชัดว่านี่คือการกลั่นแกล้งเล่นงาน หนังสือเล่มนี้ต้องการส่งสาสน์ว่าประชาชนคนไทยไม่ได้นิ่งเฉย เรารับทราบและเราขอเป็นกำลังใจให้พวกเขา ผมและภวัต เราตั้งใจตีพิมพ์​เพื่อฉลองวันเกิดครบรอบ21 ปีของเขา ซึ่งเขาต้องฉลองอย่างโดดเดี่ยวในคุกพร้อมถูกส่งไปยังเรือนจำสำหรับผู้ใหญ่ในวันนั้นด้วย อย่างไรก็ดี สถานการณ์ในประเทศไทยขณะนั้นอยู่ในช่วงถวายพระเพลิงพระบรมศพรัชกาลที่9 ดังนั้นหนังสือเล่มนี้ออกไม่ทัน และเพราะสำนวนแปลที่ยังไม่เรียบร้อยจึงขยายระยะเวลาออก ซึ่งเมื่อจะออกมานั้น โจชัว และเพื่อนของเขาก็ได้รับการประกันตัวออกมา แต่ก็ไม่ทราบได้ว่านี่เป็นการให้เสรีภาพเป็นการชั่วคราวแก่พวกเขาหรือไม่

หนังสือเล่มนี้ไม่ใช่แค่ทำเพื่อฉลองวันเกิดของโจชัว แบบผิวเผิน หากอยากให้ความอยุติธรรมของเขานี้เป็นที่จดจำสำหรับคนไทย ดังนั้นหนังสือเล่มนี้จึงมาดหมายให้ความสำคัญสำหรับขบวนการเคลื่อนไหวในประเทศไทยและผู้สนใจใฝ่หาสังคมที่ยุติธรรมและมีสันติภาพ ดังนั้นบทความแปลในหนังสือเล่มนี้จึงเลือกบทความชิ้นอมตะของนักต่อสู้เพื่อสันติภาพที่ยิ่งใหญ่ที่สุดสองคนคือ มาร์ติน​ ลูเทอร์​ คิง​ จูเนียร์​(จดหมายจากคุกเมืองเบอร์มิงแฮม)และ หลิวเสี่ยวโป(​คำประกาศอดอาหารประท้วงในวันที่สองของเดือนมิถุนายน)จดหมายและคำประกาศทั้งสองนี้ไม่เคยแปลเป็นไทยมาก่อนทั้งๆที่โดดเด่นและสำคัญมาก ส่วนของหว่องเองเป็นบทสัมภาษณ์​ที่ไม่เคยแปลเป็นไทย​ เป็นบทสัมภาษณ์​ช่วงวัยละอ่อนก่อนที่เขาจะโดดเด่นเช่นทุกวันนี้ ทั้งนี้เราได้ขอให้ศาสตราจารย์​ด้านประวัติศาสตร์​อเมริกา​ ด้านจีนศึกษา​และเพื่อนสนิทของโจชัว ช่วยเขียนคำนำประกอบแต่ละบทให้อีก ดังนั้นนอกจากจะได้อ่านบทความอมตะแล้วยังได้รับความรู้จากทัศนะประกอบที่น่าสนใจอย่างยิ่งอีกด้วย

สำหรับเงินจากการขายหนังสือเล่มนี้ หลังจากหักค่าใช้จ่ายทั้งหมดแล้วจะมอบให้แก่พรรคเดโมซิสโตของโจชัว ที่ต้องใช้เพื่อต่อสู้และเป็นทุนเพื่อความยุติธรรมของนักกิจกรรมชาวฮ่องกงที่กำลังถูกคุกคามจากเผด็จการในฮ่องกงและเผด็จการจีนซึ่งเป็นพี่ใหญ่ และอีกส่วนจะมอบแก่มูลนิธิ​มุสลิมเพื่อสันติ เพื่อนำไปมอบต่อและช่วยเหลือชาวโรฮิงญา เพื่อนมนุษย์ของเราที่ถูกคุกคามถึงชีวิต ต้องทุกข์ทรมานอย่างไม่อาจจะบรรยายได้

ดร.คิง กล่าวในจดหมายจากคุกเมืองเบอร์มิงแฮมว่า “ความอยุติธรรมไม่ว่าเกิดขึ้นในที่ใดย่อมคุกคามความยุติธรรมในทุกที่ เราติดอยู่ในเครือข่ายของความสัมพันธ์กันที่หลีกหนีไม่ได้ …ผลกระทบทางตรงต่อผู้ใดย่อมส่งผลกระทบทางอ้อมต่อทั้งหมด”เราจะไม่มีวันได้ประชาธิปไตยที่แท้จริงเลย หากความทุกข์และความอยุติธรรมที่เกิดแก่เพื่อนมนุษย์ถูกนิ่งเฉย เราทั้งสองหวังว่าหนังสือเล่มนี้จะเป็นสัญญาณหนึ่งว่าพวกเราพร้อมแล้วสำหรับการก้าวไปสู่สังคมประชาธิปไตยที่แท้จริง เราจะไม่ทอดทิ้งกัน เรียนรู้ซึ่งกันและกัน เป็นมิตรภาพซึ่งกันและกัน คนหนุ่มสาวทั่วโลกจงรวมเข้าด้วยกัน!

เนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล
ภวัต อัครพิพัฒนา
5 พฤศจิกายน 2017

แถลงการณ์จากการโดน คสช. อันธพาลใส่เป็นครั้งที่สอง

ผมเพิ่งได้รับทราบว่าผมถูกกล่าวหาร่วมกับประชาชนอีก 42 คนในฐานะที่ฝ่าฝืนคำสั่งคสช 3/2558 ชุมนุมเกิน 5 คนในวันที่ 10 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา พูดตรงไปตรงมา ในฐานะนักเขียนสมัครเล่นคนหนึ่งที่ต้องการให้สังคมดีขึ้น ผมไปที่นี่ก็เพราะต้องการขายหนังสือเล่มใหม่ซึ่งน่าจะเป็นประโยชน์กะขบวนการประชาธิปไตยในประเทศไทยไม่น้อย และไม่ว่าอย่างไรก็ดี ไม่ว่าใครก็ตามก็ควรที่จะมีสิทธิแสดงออกสะท้อนปัญหาประเทศของเขาได้ ผมไม่ได้ทำอะไรผิดทั้งนั้นแต่ทำในสิ่งที่ปกติ ในฐานะพลเมืองของประเทศ ผมมีสิทธิจะทำได้ การที่ คสช ซึ่งเห็นแล้วว่าสกปรก ทุจริต ได้กล่าวหาผมนั้นไม่มีอะไรไปมากกว่า เป็นเกียรติสำหรับผม ผู้ตกเป็นเหยื่อและผู้ต่อต้านที่ชอบธรรม

ไม่มีอะไรอื่นที่ผมจะกล่าวกับเพื่อนๆ นอกจากยืมถ้อยคำของอดีตประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา แฟรงกลิน ดี รูสเวท์ได้กล่าวไว้มา
“สิ่งเดียวที่เราควรกลัว ก็คือความกลัว นั่นแหละ”

ปล. ภาพประกอบนี้ เป็นภาพในวันที่ 10 ผมได้มอบดอกกุหลาบจากผู้ชุมนุมที่มอบให้ผม ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่มาคอยดูแลการชุมนุม ผมขอยืมภาพจากเพื่อนที่ถ่ายไว้มาเพื่อเป็นการบอกว่า ผมและคนอื่นๆไม่ได้มาที่นี่ด้วยจุดยืนที่แตกต่าง และมีความเกลียดชัง แต่เรามาเพราะในฐานะสิทธิ และความรักต่อประเทศชาติของเรา รัฐบาลมาจากประชาชน เป็นหนี้บุญคุณประชาชน ไม่ใช่เจ้านายของประชาชน

แด่ศตวรรษของเรา: ความเรียงสามชิ้นของไอเซยา เบอร์ลิน

จัดพิมพ์โดยสำนักนิสิตสามย่าน 2561

ราคา 180 บาท เลข ISBN 9786169282853

หนังสือคัดสรรบทความของเซอร์ไอเซยา เบอร์ลิน (Isaiah Berlin 1909-1917) แปลครั้งแรกสู่ภาคภาษาไทยหลังจากเบอร์ลินมรณกรรมไปแล้ว 20 ปี

เบอร์ลินเป็นอีกนักปรัชญาคนหนึ่งที่ในสังคมไทยยังไม่ได้ศึกษาเท่าไหร่นัก และในขณะนี้เองความขัดแย้งของคุณค่าที่ปะทุกันทั่วโลกก็ทำให้งานเขียนของเขาเป็นที่นิยมขึ้นมา นอกจากนี้การค้นพบจดหมายและงานเขียนของเขาอีกจำนวนมากของ Henry Hardy ผู้เป็นบรรณาธิการหนังสือเบอร์ลินและคนที่เขาวางใจให้เป็นผู้ดูแลมรดกทางวรรณกรรมก็ทำให้เราเห็นว่า ความรุ่มรวยและมีชีวิตชีวาของงานเขียนของเบอร์ลินจะยังคงเป็นที่ศึกษาและเป็นประโยชน์มหาศาลในปัจจุบันและอนาคต

งานของเบอร์ลินโยงไปหานักเขียนและนักปรัชญาที่สำคัญอีกหลายคนที่สังคมไทยก็ควรจะหามาศึกษาด้วย อาทิ John Gray Michael Ignatieff Avishai Margalit Ronald Dworkin ไปจนถึง John Banville

งานเขียนทั้งสามชิ้นของเบอร์ลินและบทสัมภาษณ์ของเฮนรี ฮารดี้ จะช่วยชี้ให้เห็นโทษภัยของความสุดโต่ง และการปะทะกันของคุณค่าที่มนุษย์เรามีแต่จะต้องทำความเข้าใจกัน หาไม่แล้วมหาวิบัติที่เคยเกิดขึ้นในศตวรรษที่แล้วก็จะเกิดขึ้นได้ อาจจะมิได้มาในนามของอุดมการณ์แต่เป็นสิ่งอื่นๆก็ได้

งานเขียนนี้แปลโดยสามนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยคือ เนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล ชยางกูร ธรรมอัน และธรณ์เทพ มณีเจริญ ผู้ต้องหาคดีถวายสัตย์ และเป็นนิสิตที่มุ่งหวังว่าปัญญาจะเป็นตัวขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยและสังคมไทยได้ซึ่งเราจำเป็นอย่างยิ่ง พัชชล ดุรงค์กวิน จากภาควิชาปรัชญา คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นผู้ตรวจทานและบรรณาธิการ โดย ส.ศิวรักษ์ ศ.ดร.โสรัจจ์ หงศ์ลดารมภ์ และ ผศ.ดร.พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์ เขียนคำอนุโมทนา คำนิยมและคำนำเสนอ ตามลำดับ

บางส่วนจากเนื้อหา

“ความคิดเรื่องความสมบูรณ์แบบโดยสัมบูรณ์ คำตอบสูงสุด ที่ทุกอย่างที่ดีอยู่ร่วมกัน สำหรับผมไม่ใช่แค่มันไม่สามารถบรรลุได้เท่านั้น – ซึ่งเห็นได้อย่างชัดเจน – แต่มันยังเป็นสิ่งที่ไม่คงเส้นคงวาทางมโนทัศน์ด้วย ผมไม่รู้ว่ามันหมายถึงอะไรในการสมานฉันท์ชนิดนี้ เพราะในหมู่สิ่งที่ดีบางอย่างก็ไม่สามารถอยู่ร่วมกันได้ นี่คือความจริงเชิงมโนทัศน์ เราเคราะห์ร้ายที่ต้องเลือก และทุก ๆ ตัวเลือกของเราอาจจะส่งผลการสูญเสียที่ไม่สามารถแก้ไขได้”

จาก การไขว่คว้าหาอุดมคติ

“ลัทธิชาตินิยม – ที่ทุก ๆ คนในศตวรรษที่ 19 ล้วนมองว่ากำลังจางหายไป – คือพลังที่แข็งแกร่งและอันตรายที่สุดจวบจนถึงปัจจุบัน มันเป็นผลผลิตจากบาดแผลที่ถูกทำร้ายโดยชนชาติหนึ่ง บนฐานของความภาคภูมิใจ หรือเขตแดนของชาติตน”

จาก ข้อสังเกตว่าด้วยอคติ

“ผมเกรงว่าผมคงไม่มีคำตอบที่น่าอภิรมย์ใด ๆ มาเสนอ แต่ผมคงบอกได้เพียงแค่ว่าหากเราต้องการจะดำรงชีวิตเพื่อไขว่คว้าคุณค่าอันสูงส่งนี้แล้ว เราควรที่จะมีการประนีประนอมกัน มีการแลกเปลี่ยน และการจัดเตรียมข้อกำหนดต่าง ๆ ถ้าข้อตกลงจะต้องถูกสร้างขึ้นเพื่อไม่ให้สิ่งเลวร้ายเกิดขึ้น ความเสรีภาพแลกกับความเสมอภาค การแสดงออกของปัจเจกบุคคลกับความมั่นคง ความยุติธรรมแลกกับความการุณย์”

จาก สารถึงศตวรรษที่ 21

แถลงการณ์เกี่ยวกับการถูก คสช แจ้งข้อกล่าวหา

 

 

จากกรณี​ที่ทหารในนามของ คสช แจ้งความผมที่ สถานีตำรวจนครบาลเขตปทุมวัน กับเพื่อนคนอื่นๆอีก 6 คนในข้อหาฝ่าฝืนคำสั่ง คสช และขัดมาตรา 116 “ยุยงปลุกปั่น”

ผมขอยืนยันว่าไม่ได้อยู่กลุ่มไหนทั้งนั้น และที่ไปงานนั้นก็โดยต้องการไปฟังเสียมากกว่า เหมือนทุกครั้งไม่ได้พูดอะไรเวลาไป ไปครั้งนี้ก็เหมือนพี่น้องประชาชน​ที่อยากจะตรวจสอบการทุจริตของพลเอกประวิตร​และถามถึงสัญญาเลือกตั้ง หากมีเหตุทำให้ต้องพูดสั้นๆ ไม่ได้ตระเตรียม​ใดๆ ไม่ได้แชร์ว่าจะเข้าร่วมอะไร งานวันที่ 10 ก็ไม่รู้ใดๆว่าจะมีมาก่อน ยังคิดเลยว่าจะไปดีหรือไม่

แต่ถ้าหากสิทธิ​พลเมืองในการตั้งคำถามกับคนที่เอาเงินภาษีของประชาคนไทยไปใช้ไม่ได้ บอกอีกอย่างทำอีกอย่าง ถ้าถามเสียงดังๆจะถูกเล่นงาน ผมคงไม่อาจจะปล่อยให้ประเทศนี้ตกอยู่ภายใต้การนำของคนเช่นนี้ไม่ได้ คนรุ่นผมจะลำบากจากเคราะห์​กรรมแน่ๆจากมรดกการทุจริตและการตระบัดสัตย์​เช่นนี้ ดังนั้น การจะเล่นงานผมครั้งนี้ ผมไม่กลัวใดๆ ดีเสียอีกว่า อย่างน้อยผมคนนึงก็ปกป้องประเทศชาติ​ของเรา ผมมีความรู้สึกอย่างเดียวว่าเป็นเกียรติ​ที่จะอยู่ใน 7 รายชื่อนี้ด้วย (กรุณาอย่าแสดงความเสียใจ ไม่มีอะไรประเสริฐ​เท่ากับการทำหน้าที่พลเมืองคนหนึ่​ง​ของชาติ)​

เนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล

30/01/2017

Translated Books

ประเทศไทยยังขาดองค์ความรู้ดีๆอีกมาก การเรียนรู้ความรู้เปรียบเทียบ ข้ามวัฒนธรรมเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง หนังสือเป็นหนึ่งในตัวช่วยที่จะทำให้เราได้อะไรอีกมากมายในชีวิตและในการเปลี่ยนแปลงสังคมไทยของเรา ในฐานะนักเรียนคนหนึ่งที่มีโอกาส (ไม่ได้จากโรงเรียน แต่ได้เดินทางไปอินเดียนั่นคือจุดเปลี่ยนสำคัญ) ที่จะได้รู้จักภาษาอังกฤษและพอจะอ่านภาษาอังกฤษได้ จึงอยากจะตอบแทนสังคมไทยด้วยการแปลงานเขียนที่น่าสนใจ

อย่างไรก็ตาม นี่เป็นงานของนิสิตธรรมดาคนหนึ่ง ไม่ได้ดีวิเศษอะไร ต้องขอบคุณเพื่อนครูอาจารย์ และผู้คนอีกจำนวนมากมายที่ช่วยคิด ช่วยแก้ไข จนทำให้งานเหล่านี้สำเร็จได้

2560 – เวลาอยู่ข้างเรา (Time is on Our Side: A Book for Joshua Wong’s 21st Birthday) ซึ่งประกอบด้วยบทความ Letter from a Birmingham Jail โดย สาธคุณมาร์ติน ลูเทอร์ คิง จูเนียร์ บทความ The June Second Hunger Strike Declaration โดย Liu Xiaobo และ Scholarism on the March บทสัมภาษณ์ Joshua Wong (แปลร่วมกับ ภวัต อัครพิพัฒนา) – ดูรายละเอียด

2561 – แด่ศตวรรษของเรา: ความเรียงสามชิ้นของไอเซยา เบอร์ลิน ( Messages To Our Century: Three essays of Isaiah Berlin) โดย เซอร์ไอเซยา เบอร์ลิน (แปลร่วมกับ ชยางกูร ธรรมอัน และธรณ์เทพ มณีเจริญ บรรณาธิการโดย พัชชล ดุรงค์กวิน) – ดูรายละเอียด

  • ว่าด้วยทรราชย์: 20 บทเรียนจากศตวรรษที่ 20 (On Tyranny: Twenty Lessons from the Twentieth Century) โดย Timothy Snyder (แปลร่วมกับ ชยางกูร ธรรมอัน บรรณาธิการโดย วริตตา ศรีรัตนา) – ดูรายละเอียด
  • จดหมายถึงหลานรัก: ข้อคิดจากนักการเมืองไม่กะล่อน (Letters to My Grandchildren) โดย Tony Benn (บรรณาธิการโดย ณัฐนพ พลาหาญ) – ดูรายละเอียด
  • ความรับผิดชอบของปัญญาชน ( The Responsibility of Intellectuals) โดย Noam Chomsky (แปลร่วมกับ ปัณณธร เขื่อนแก้ว) – ดูรายละเอียด
  • ตัวข้าไซร้ ไร้ซึ่งศัตรู (I Have No Enemies) คัดสรรความเรียง12 ชิ้นจากหนังสือ No Enemies, No Hatred พิมพ์โดยสำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด โดย Liu Xiaobo  (แปลร่วมกับ ปัณณธร เขื่อนแก้ว ชยางกูร ธรรมอัน ฐาปกร แก้วลังกา บรรณาธิการโดย คารินา โชติรวี)  – ดูรายละเอียด
  • Ill Fares The Land โดย Tony Judt – อยู่ในระหว่างการแปลและหาบรรณาธิการ

Books

2556 – ให้เธอไว้อ่านเล่น:คำประกาศความเป็นไทในโรงเรียน (บรรณาธิการโดย ระพี ส่งคุณธรรม คำนิยมโดย โตมร ศุขปรีชาและวิษณุ สังข์แก้ว), การศึกษาไทยภายใต้ทุนนิยม (เขียนร่วมกับ ใจ อึ๊งภากรณ์ และนุ่มนวล ยุพราช)

2557 – ให้เธอไว้อ่านเล่น:คำประกาศความเป็นไทในโรงเรียน พิมพ์ครั้งที่ 2

2558 – ประวัติศาสตร์ที่อยากอธิบาย: รวมบทความคัดสรรในโอกาสครบรอบ 5 ปีจุลสารปรีดี (คำนิยมโดย กษิดิศ อนันทนาธร)

2559 – นักเรียนเลวในระบบการศึกษาแสนดี (บรรณาธิการโดย อ้อมทิพย์ เกิดผลานันท์ คำนิยมโดย ศ.ดร.นิธิ เอียวศรีวงศ์ และผศ.ดร.ประจักษ์ ก้องกีรติ)

2560 – โลกเปลี่ยน โรงเรียนต้องเปลี่ยน (บรรณาธิการโดย ชยางกูร ธรรมอัน คำนิยมโดย ผศ. อรรถพล อนันตวรสกุล)

Political Science Faculty for All

คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นคณะที่ผมกำลังศึกษาอยู่และผมก็รักคณะแห่งนี้เป็นอย่างมาก เหมือนที่ผมรักโรงเรียนของผม (โรงเรียนผมไมชอบผมเอามาก แต่ความรักไม่จำเป็นต้องได้รับการรักตอบเสมอไป)

เราอาจจะพูดได้ว่า คณะของเรามีศักยภาพสูงมาก นิสิตก็ดี หรืออาจารย์และบุคลากรท่านอื่นๆก็ดี ทว่ายังมีอุปสรรคอีกมากมายที่ขัดขวางเรา ให้เราต้องทำตามระบบประเพณีแบบเดิม แทนที่จะนำเอาปัญญาที่ได้จากการเรียนรู้ในห้องเรียน และการเห็นสภาพปัญหา มาสู่การคิดอย่างจริงจังและลงมือให้ศักยภาพได้ใช้อย่างเต็มที่ในการดำเนินกิจกรรมต่างๆในคณะ

ถ้าหากหยุดนิ่งอาจจะไม่ตาย แต่เสียดายโอกาสที่เรามีโอกาสมากกว่าคนอื่นๆ และเราไม่ได้ทำให้เป็นตัวอย่าง ทั้งที่เสียงของพวกเรานั้นมีส่วนสำคัญมากในสังคมไทยภายภาคหน้า ในสังคมไทยแทบจะไม่มีพื้นที่ใดๆเหลือให้ความคิดและการทำอะไรใหม่ๆเป็นไปได้ คณะน่าจะเป็นพื้นที่ทางอุดมคติที่เราจะเรียนรู้ร่วมกันได้

ดังนั้นผมจะเขียนข้อเสนอที่เป็นไปได้ ทำวิจัย หรือการผลิตผลงานที่เป็นประโยชน์กับนิสิตหรือบุคลากรในคณะ (แน่นอน งานนี้ไม่อาจจะทำคนเดียวได้)

เวลาของเรามีน้อยนักในมหาวิทยาลัย ผมก็มีเวลาจำกัดมาก แต่เราทุกคนถ้าทำอะไรเล็กๆการเปลี่ยนแปลงก็ย่อมจะเกิดขึ้นได้แน่ ผมอยากจะทำที่ทำได้ ให้สมกับได้มาเรียนที่นี่ ตอบแทนพระคุณครูอาจารย์ ตอบแทนสังคมที่ทำให้เรามายืนอยู่ ณ ที่นี้ได้ ถ้าหากคณะเราดี เราสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ การสนทนา ประชาธิปไตยขึ้นมาได้ การเมืองที่ดีก็ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว!

Isaiah Berlin Project

เซอร์ไอเซยา เบอร์ลิน (1909 – 1997) เป็นนักปรัชญาคนสำคัญที่สุดคนหนึ่งในศตวรรษที่20 นอกจากผลงานทางปรัชญาการเมืองที่เป็นอนุสรณ์สำคัญ ชีวิตของเบอร์ลินยังเต็มไปด้วยสีสัน การพบปะผู้คน การสนทนากับบุคคลน่าทึ่งจำนวนมากมาย ผลงานที่สำคัญของเขาคือการบุกเบิกประวัติศาสตร์ภูมิปัญญา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องเสรีภาพ ความคิดฝ่ายตรงข้ามของนักปรัชญายุคภูมิธรรม ประวัติศาสตร์ศตวรรษที่20 ปัญญาชนรัสเซีย และพหุนิยม

ผมค่อนข้างจะประทับใจกับงานของเขาอย่างมาก คิดว่ายังร่วมสมัย ช่วยท้าทายแบบกระแสหลักในสังคมไทย ยังเป็นปัญญาเชิงปฏิบัติได้อีกด้วย ด้วยประการนี้ ผมจึงมีฉันทะแปล “แด่ศตวรรษของเรา: ความเรียงสามชิ้นของไอเซบา เบอร์ลิน” ผมต้องการจะแปลงานของเขาชิ้นอื่นๆ หรือไม่ก็เขียนอะไรเล็กๆน้อยๆให้คนไทยได้รู้ก็ยังดี ซึ่งก็โปรดติดตามการอัพเดตในเว็บไซต์แห่งนี้