“ตัวข้าไซร้ ไร้ศัตรู” หนังสือตีแผ่เผด็จการคอมมิวนิสต์จีน โดยหลิว เสี่ยวโป ครั้งแรกในภาษาไทย

/, ไม่มีหมวดหมู่/“ตัวข้าไซร้ ไร้ศัตรู” หนังสือตีแผ่เผด็จการคอมมิวนิสต์จีน โดยหลิว เสี่ยวโป ครั้งแรกในภาษาไทย

“ตัวข้าไซร้ ไร้ศัตรู” หนังสือตีแผ่เผด็จการคอมมิวนิสต์จีน โดยหลิว เสี่ยวโป ครั้งแรกในภาษาไทย

ผมรู้สึกดีใจอย่างยิ่งที่จะบอกว่า “ตัวข้าไซร้ ไร้ศัตรู” หนังสือที่ผมและเพื่อนนิสิตจุฬาฯร่วมกันแปล ตั้งแต่กลางปีที่แล้ว ตอนนี้ (พฤศจิกายน 2018) หนังสือเล่มนี้ได้ตีพิมพ์ออกมาแล้ว

หน้าปกหนังสือ “ตัวข้าไซร้ ไร้ศัตรู:คัดสรรบทความของหลิว เสี่ยวโป” ฉบับภาษาไทย

ไม่มีช่วงเวลาใดที่ประเทศไทยจะเหมาะกับหนังสือเล่มนี้ เท่ากับช่วงเวลาขณะปัจจุบันที่เราอยู่ภายใต้รัฐเผด็จการทหาร ที่สมรู้ร่วมคิดได้รับการสนับสนุนจากจักรวรรดิจีน นำโดยสี จิ้นผิง ที่ผงาดขึ้นมา คนไทยควรจะรู้เท่าทัน และรู้ว่าคนจีนกำลังเผชิญอะไรอยู่ในขณะนี้

 

“หลิว เสี่ยวโป เป็นผู้รักสันติภาพ เป็นนักสู้ และเป็นนักรัก น้อยคนนักที่จะแย้งได้ว่าหลิวเป็นหนึ่งในประชาชนจีนที่รักชาติมากที่สุด – ถึงแม้ว่ารัฐบาลจีนจะชักจูงโน้มน้าวเป็นอื่นก็ตาม เพียงเพราะหลิวไม่ได้กระทำตามหลักเกณฑ์ของรัฐบาลอย่างมืดบอด ไม่ได้หมายความว่าเขาไม่ได้รักประเทศของเขา… สิ่งที่ตัวผมเองได้เผชิญมาในฐานะนักโทษการเมืองนั้นไม่สามารถเทียบกับสิ่งที่หลิว เสี่ยวโปเผชิญมาได้เลย ทั้งนี้เขาได้เป็นดุจประทีปส่องทางในขณะที่ผมถูกจองจำอยู่ในคุก ความกล้าหาญและความรักของเขามิอาจถูกสกัดกั้นไว้ได้ถึงแม้เขาต้องเผชิญกับอุปสรรคมามากมายก็ตาม”

โจชัว หว่อง

จริงๆ แล้ว หลิว เสี่ยวโป คงเป็นแค่ตัวแทนของมนุษย์ปุถุชนคนหนึ่งซึ่งตื่นเช้ามามองหน้าตัวเองในกระจกแล้วไม่ต้องหลบตา และตกกลางคืนก็นอนหลับได้โดยไม่รู้สึกติดค้างอะไรกับใครในโลกใบนี้ ดูเหมือนเป็นเรื่องอันแสนจะสามัญธรรมดา แต่ในโลกที่บิดเบี้ยวและสังคมมนุษย์ที่กลับหัวกลับหางดังที่เป็นอยู่บนพื้นผิวส่วนใหญ่ของดาวโลก ณ ทุกวันนี้ เพียงแค่จะมีชีวิตอยู่โดยไม่ต้องก่อความทุกข์ทรมานหรือสนับสนุนความอยุติธรรมให้เกิดขึ้นกับเพื่อนมนุษย์หรือเพื่อนร่วมโลกก็ควรจะนับเป็นเหตุสำคัญในการได้รับเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพได้แล้ว ในสังคมที่รัฐบาลเผด็จการใช้อำนาจเบ็ดเสร็จปราบปรามผู้ไม่เห็นด้วยทางการเมืองอย่างรุนแรงป่าเถื่อน และเหล่านายทุนอ้างผลประโยชน์ในการสนับสนุนอำนาจอาธรรม์ของผู้ปกครอง มนุษย์โลกธรรมดาๆ คนหนึ่งซึ่งไม่มีทั้งอาวุธยุทโธปกรณ์ที่ซื้อกันมาด้วยราคาแพงกว่าความอยู่ดีกินดีของประชาชน และไม่มีทุนทรัพย์อเนกอนันต์อย่างนายทุนที่เห็นค่าของกำไรและดอกเบี้ยมากความศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของเพื่อนร่วมสังคมนั้น เราคงไม่มีทางเลือกมากนักนอกจากจะยืนหยัดอยู่ข้างความจริง ซื่อตรงต่ออุดมการณ์ทั้งความเชื่อทางศาสนาในโลกส่วนต่อและจรรยาบรรณในวิชาชีพในโลกการทำงาน รักและเคารพในคุณค่าและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของเพื่อนสังคมมนุษย์ทุกคนอย่างเสมอหน้ากัน และแม้เราจะทำได้เพียงเท่านี้ซึ่งแสนจะเล็กน้อยเสียเหลือเกิน แต่มันก็คงมากพอที่จะทำให้เราต้องประสบปัญหาการต่อต้าน การควบคุม การข่มขู่คุกคามจากผู้มีอำนาจอาธรรม์ทั้งหลาย มันอาจจะทำให้เราไม่เจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงาน มันอาจจะทำให้เราถูกกลั่นแกล้ง ต้องขึ้นโรงขึ้นศาล มันอาจจะทำให้เราต้องถูกจองจำในนิวาสสถานหรือถูกจำคุก และท้ายที่สุดแล้วมันอาจกลายเป็นจุดจบของการมีชีวิตอยู่ของเราเลยก็ได้ แต่สุดท้ายแล้ว…ทั้งหมดนั้นคุ้มค่า เพราะพระเจ้าสร้างมนุษย์ขึ้นตามพระฉายาของพระองค์ ความเป็นมนุษย์นั้นงดงาม และความสามารถที่จะมองหน้าตัวเองในกระจกได้โดยไม่ต้องหลบตานั้นคือพรอันประเสริฐที่สุดที่เรามีโอกาสจะได้รับมาในชีวิตหนึ่ง ถ้าเราจะรู้จักดำเนินชีวิตในแบบที่จะทำให้เราสู้หน้าตัวเองได้ ความยากลำบากทั้งมวลก็คุ้มที่ต่อสู้ และความเลวร้ายทั้งมวลของสังคมโลกนี้ก็ยังคุ้มที่เราจะมีชีวิตอยู่”

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. วาสนา วงศ์สุรวัฒน์

อาจารย์ประจำภาควิชาประวัติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

หลิวเสี่ยวโปเป็นตัวอย่าง โดยที่เขาหันไปในทางอหิงสธรรมนั้น ถือได้ว่าเป็นแนวทางที่พวกเราทุกคน ควรเรียนรู้และนำมาประพฤติปฏิบัติให้ได้ ไม่ใช่เพื่อความเป็นไทในสยามเท่านั้น หากอาจโยงใยไปยังประเทศ อื่นๆในภูมิภาคนี้ จนรวมถึงจีนด้วยก็ได้

ส.ศิวรักษ์

 

คนไทยทุกคนควรอ่านครับ

หากท่านใดสนใจสนับสนุนหนังสือเล่มนี้ สามารถสั่งซื้อได้ที่ https://samyanpress.bentoweb.com/th/product/461890/product-461890?category_id=98560

เป็นการสนับสนุนพวกเรา นักศึกษาให้พิมพ์หนังสือออกมาอีก

เป็นการสนับสนุนขบวนการประชาธิปไตยในประเทศจีนทางอ้อมด้วยครับ

 

 

 

 

Leave A Comment